การติดตั้งสามารถใช้ข้อต่อทั่วไปต่อเชื่อมระหว่างสายยางรดน้ำทั่วไปตามบ้านกับสายยางน้ำซึมเชื่อม เข้ากันในการทำงานของสายยางน้ำซึมจะใช้แรงดันน้ำน้อย แต่หากต้องการความแน่นหนาในการเชื่อมต่อหรือพื้นที่บริเวณที่ใช้นั้นใช้แรงดันน้ำมากก็สามารถใช้ เคเบิ้ลไทด์หรือวงแหวนเหล็กรัดให้แน่นอีกทีก็ได้
การเชื่อมต่อระหว่างสายยางน้ำซึมทั้ง 2 เส้น หรือการต่อสายยางน้ำซึมกับสายยางรดน้ำต้นไม้ทั่วไป สามารถใช้ข้อต่อตรงต่อเชื่อมระหว่างสายยางน้ำซึมหรือสายยางรดน้ำต้นไม้ทั้งสองเส้นเพื่อเพิ่มความยาว
สายยางน้ำซึมมีความยืดหยุ่นสามารถจัดเข้ามุมได้ แต่หากการเข้ามุมต้องหักงอมากจนสายพับ แนะนำให้ใช้ตัวข้อต่อ 90 องศา เชื่อมต่อระหว่างสายยาง
ใช้เป็นข้อต่อสามทาง ต่อเชื่อมกัน โดยทำเป็นวงกลมรอบโคนต้นไม้แต่ละต้น
ทางปลายสายของสายยางน้ำซึมนั้นสามารถใช้ตัวต่อหยุดน้ำ (Stopper) ต่อไว้หรือใช้แบบพับปลายสายยางน้ำซึมเพื่อไม่ให้น้ำไหลออก แล้วใช้วงแหวนเล็กหรือเคเบิ้ลไทด์รัดให้แน่น
- สายยางน้ำซึมสามารถใช้ตั้งแต่แรงดันน้ำที่ต่ำได้ตั้งแต่แรงดันน้ำที่ 0.1 – 0.5 บาร์ (0.1 บาร์จะเท่ากับระดับความสูง 1 เมตร) และแรงดันน้ำ 0.1 บาร์จะเท่ากับ 14.5 psi หากเป็นแรงดันก๊อกน้ำทั่วไปตามบ้านก็สามารถใช้กับสายยางน้ำซึมได้ทันที โดยเปิดก๊อกน้ำประมาณครึ่งก๊อกรอจนน้ำเต็มตัวสายยางน้ำซึม หลังจากนั้นน้ำจะค่อยๆซึมออกมารอบตัวสายให้ความชุ่มชื้นกับต้นไม้
- นอกจากนี้แรงดันที่ใช้สามารถใช้แรง Gravity (แรงโน้มถ่วงของโลก) โดยวางถังเก็บน้ำไว้ที่สูง เปิดวาล์วน้ำให้ไหลโดยใช้แรงดันจากที่สูงเป็นตัวปล่อยน้ำให้ไหลผ่านสายยางน้ำซึม
- ยกตัวอย่างเช่น ไร่มันสำปะหลังจำนวน 3 ไร่ใช้สายยาง 1,600 เมตรจะวางถังน้ำสูง 3 เมตรใช้แรงดันน้ำ อยู่ที่ 0.3-0.4 บาร์
อัตราการไหลของน้ำ: ในดินเหนียวน้ำจะไหลได้ช้าสุด น้ำจะไหลได้เร็วสุดในดินทราย และปานกลางในดินร่วน
ระยะห่างระหว่างสาย: การวางสายควรวางระยะห่างระหว่างสายน้อย เมื่อใช้ในดินทราย ปานกลางในดินร่วนและวางสายห่างกันมากในดินเหนียวเนื่องจากดินทรายมีความหยาบของตัวเม็ดดินมาก ไม่สามารถส่งต่อน้ำไปที่ไกลได้ดีเท่าดินเหนียวและดินร่วน